แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เด็ก 11 เดือน - หนูอยากทำเอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เด็ก 11 เดือน - หนูอยากทำเอง แสดงบทความทั้งหมด

พัฒนาการ เด็ก 11 เดือน - หนูอยากทำเอง

พัฒนาการปกติ เดือนที่ 11   “ หนูอยากทำเอง”


     ขณะนี้ลูกจะเริ่มเกาะยืน และไต่เดินตามขอบโซฟา ได้เองอย่างคล่องแคล่วขึ้น และในบางครั้ง เขาจะปล่อยมือ และเดินเองได้ 2-3 ก้าว แต่อาจจะไม่มั่นใจก้าวต่อไปจึงหยุด เด็กจะชอบการปีนบันไดมาก เขาจะพยายามปีนขึ้นบันได ไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่า จะถอยลงบันไดอย่างไร (ใช้เวลาอีกเกือบ 1-2 เดือน ที่จะรู้วิธีนำตัวเองลงบันไดมาได้เอง อย่างปลอดภัย) คุณต้องดูแลใกล้ชิด อย่าปล่อยลูกไว้ใกล้บันไดตามลำพังเป็นอันขาด ระวังตกบันได !!! 


     ช่วงนี้ลูกจะมีโอกาสหกล้ม หรือเดินกระแทกอะไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรุนแรงนัก เด็กบางคนจะอดทน ไม่ร้องไห้ง่ายๆ และคุณควรให้โอกาสเขาได้ลุกขึ้นเอง และตอบสนองกับเขาในเชิงบวก เช่น “ลูกดูซิ ชนถูกตรงนี้อีกแล้ว คราวหน้าระวังนะ” หรือ “ ไม่เป็นไรลูก ลุกขึ้นมา “ จะดีกว่า “โอ๋ โอ๋ เจ็บมากไหมลูก ใครมาแกล้งทำให้ลูกเจ็บ เดี๋ยวจะไปตีให้ร้องเลย” เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ว่า อุบัติเหตุที่ทำให้เขาเจ็บตัวนั้น เกิดขึ้นเพราะเขาไม่ทันระวัง คราวหน้าถ้าเขาระวังก็จะไม่เจ็บตัวอีกจะดีกว่า การสอนให้เขาเข้าใจว่าการที่เขาเจ็บตัวนั้น เป็นเพราะมีคนแกล้ง และจะต้องทำร้ายกลับ เพื่อแก้แค้นที่มาทำให้ลูกเจ็บ

      คุณพ่อคุณแม่หลายคนจะตื่นเต้นที่ลูกเริ่มหัดเดิน จึงจะคอยกังวลว่า ลูกเดินเป๋ เดินเท้าปัดๆ (toddler gaits) ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินของเด็กเล็กที่ยังไม่คล่องนักเท่านั้น โดยจะเห็นว่า ลูกจะเดินขากางๆ และปลายเท้าแบะออกบ้าง (เพื่อการทรงตัว) ทำให้หลายคน ไปวิ่งหาซื้อหรือ ตัดรองเท้าดัดขา (orthopedic shoes) ใส่กัน ซึ่งส่วนใหญ่ จะไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้รองเท้าพิเศษนี้ เพราะเมื่อลูกเดินได้คล่องขึ้น ท่าทางเดินขากางๆ หรือเท้าแบะเล็กน้อยนี้ก็จะหายเองเป็นปกติเมื่อโตขึ้น และที่จริงแล้ว เมื่ออยู่ในบ้าน (ในห้อง)ที่พื้นสะอาดดี เด็กควรจะเดินเท้าเปล่า เพื่อที่จะได้หัดการทรงตัว และฝึกกล้ามเนื้อของขา และเท้าได้ดีขึ้น ให้ระวังพื้น ที่จะลื่นมากๆ เช่น พื้นหินอ่อน พื้นไม้ปาเก้ขัดมัน หรือพื้นที่เปียกลื่น ที่จะทำให้เด็กหกล้มศีรษะกระแทก เป็นอันตรายได้ 
Image

     การใช้งานของมือ,นิ้ว และการประสานงานระหว่างมือและสายตา (Hand-eye coordination) ซึ่งเป็นการสั่งงานของสมอง ที่ซับซ้อนขึ้น (Higher brain functions) ทำให้มีการใช้กล้ามเนื้อทั้งมัดใหญ่ และมัดเล็ก จะดีขึ้น และนุ่มนวลขึ้น เด็กยังสนใจ ที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงและผิวสัมผัสของสิ่งของต่างๆ ที่เขาสามารถจะคว้ามา “ทำการสำรวจ” ได้ เขาจะเริ่มแยกแยะ ของต่างๆ ได้ดีขึ้น และจะเริ่มมีคอนเซปต์ ที่ว่า ของชิ้นเล็กจะสามารถใส่เข้าไปในของชิ้นใหญ่ได้ ขณะที่ของชิ้นใหญ่ จะไม่สามารถใส่เข้าไปในของชิ้นเล็กได้ คุณพ่อคุณแม่หลายคนจะตื่นเต้นที่ลูกชอบ “อ่านหนังสือ (ดูรูป) “ ทำให้เกิดความคาดหวังว่าจะสามารถกระตุ้น ให้เด็กเรียนเร็ว โดยการพยายามใช้ แฟลชการด์ (บัตรตัวอักษร, คำ หรือรูปภาพ) มาสอนเด็กซ้ำๆ เพื่อให้เด็กจำได้ แต่อายุขนาดนี้ นั้นจะยังไม่พร้อม อยากให้คุณแม่เข้าใจให้ถูกต้องว่า “ขบวนการเรียนรู้นั้น เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ” และจะดำเนินไปเอง เมื่อเด็กพร้อม ในช่วงนี้การอ่านหนังสือด้วยกันนั้นจะเป็นในแง่ที่ทำให้เขามีสัมพันธภาพ (bonding) ที่ดีกับคุณ และเป็นการทำให้เขาคุ้นเคยกับหนังสือและการอ่านเท่านั้น

     ในแง่ของสติปัญญา ( intellectual milestone) ลูกจะเริ่มมีคอนเซปต์ ของระยะและขนาดบ้าง (perspective) เขาจะเริ่มรู้ว่า ของอยู่ใกล้หรือไกล และของที่อยู่ใกล้จะดูเหมือนใหญ่กว่าของที่อยู่ไกลออกไป เด็กบางคนจะเริ่มส่งเสียงที่พอฟังออกว่า เป็นคำที่มีความหมายได้บางคำ ซึ่งเดิมเคยเชื่อว่า จะเป็นสัญญานบอกว่า จะเป็นเด็กฉลาด แต่ในปัจจุบันพบว่า การที่เด็กพูดได้เป็นคำบ้าง ในช่วงอายุนี้ไม่ได้บ่งถึงความฉลาดเป็นพิเศษกว่าเด็กอื่น เพราะว่า ในตอนนี้เด็กจะยังเลียนเสียงผู้ใหญ่แบบนกแก้วฝึกพูดมากกว่าจะเข้าใจในความหมายของคำทั้งหมดที่พูดออกมา ลูกจะรู้จักคำต่างๆ ได้มากกว่า 10 คำ และจะทำตามคำบอกง่ายๆ ได้หลายอย่าง ช่วงนี้คุณจะสามารถเริ่มสอดแทรกคำว่า “คะ, ครับ” หรือทำโทนเสียง ที่สุภาพให้เขาเข้าใจได้ ในเวลาพูดกับเขา

     ในช่วงนี้ลูกจะนอนน้อยลงในเวลากลางวัน เด็กบางคนจะนอนตอนสายและตื่นมาทานมื้อกลางวัน ซึ่งทำให้เขาง่วงนอนงอแง เมื่อถึงตอนเย็น คุณจะสามารถเริ่มฝึกให้เขาไม่นอนตอนสาย แต่เลื่อนมาเป็นนอนตอนบ่าย หลังมื้อเที่ยงแทน ซึ่งจะทำให้เขาไม่งอแงนักในตอนเย็น และสามารถเข้านอนตอนหัวค่ำได้ และหลับได้นานตอนกลางคืน

     บทบาทของคุณพ่อและคุณแม่ ที่ช่วยกันในการเลี้ยงดู และเล่นกับเขานั้น มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นการเล่นแบบอย่างคุณแม่ หรือแบบอย่างคุณพ่อก็จะเป็นการส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้มากขึ้น และมีความหลากหลาย ในแนวทางความคิด และการกระทำ ฯลฯ ทำให้เขาพร้อม ที่จะออกสู่โลกภายนอกรอบตัวเขามากขึ้น ช่วงนี้ลูกยังต้องการการโอบกอด, การหอมแก้ม และการอยู่ใกล้คุณ,เล่นกับคุณ ไม่ต้องห่วงว่าจะทำให้เขาติดคุณและเสียนิสัยหรือจะเป็นการเอาใจจนเคยตัว เด็กเรียนรู้ผ่านทางการเล่น และการทำซ้ำๆ จนเกิดความชำนาญ บนพื้นฐานของความรัก ความเอาใจใส่ ที่คุณพ่อคุณแม่ให้กับเขา

ขอบคุณผู้เขียน
พญ.จันท์ฑิตา พฤกษานานนท์

ตารางแสดงพัฒนาการของ เด็กเดือนที่ 11

ตารางแสดงพัฒนาการของ เด็กเดือนที่ 11



พัฒนาการทางร่างกาย

กล้ามเนื้อใหญ่

- ยืนได้เองได้โดยเหยียดขาตรง ใช้มือยันและยกตัวขึ้น
หรือหาอะไรช่วยพยุง และก้มตัวได้
- จากท่านั่งยองๆ สามารถยืนขึ้น และขึ้นบันไดได้
- เดินได้โดยจับมือคนอื่นมือหนึ่งหรือสองมือ

การนั่ง

- นั่งยองๆ และก้มตัวลงได้

กล้ามเนื้อเล็ก

- จับดินสอสีขีดๆ เขี่ยๆ 
- อาจจะเอาช้อนเข้าปากได้
- อาจใช้มือทำอะไรเป็นลำดับตามกันมาได้ เช่น ตักกินอาหาร 
หรือทำอะไรในเวลาเดียวกันได้ เช่น นั่งยองๆ มือหนึ่งหยิบของ
เล่นแล้วส่งให้อีกมือช่วยถือไว้
- อาจจะดึงถุงเท้าออกได้ แก้เชือกผูกรองเท้าได้


พัฒนาการทางภาษา

- ยังพูดไม่เป็นภาษา แต่มีบ้าง 2-3 คำที่ฟังดูเป็นภาษา
- เลียนแบบการออกเสียง จังหวะ การพูด และเลียนสีหน้าได้ดี
กว่าการพูดออกมา นอกจากคำว่า แม่ มา แล้วยังพูดคำอื่นได้อีก
- เริ่มจับได้ว่าคำแต่ละคำนั้นมีความหมายต่างกัน
- รู้แล้วว่าคำต่างๆ คือสัญลักษณ์ของวัตถุ เช่น ถ้าพูดว่า เครื่องบิน 
จะชี้ไปบนฟ้า


พัฒนาการทางจิตใจ

- ชี้ของผ่านกระจกใส
- พยายามหยิบของออกมาจากด้านข้างของกระจก
- สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างภาชนะและวัตถุที่อยู่
ข้างใน เอานิ้วล้วงเข้าไปหยิบออกมา เปิดฝาหีบได้
- เอาของเล็กๆ เช่น ไม่บล็อก หลอดด้ายใส่เข้าไปในถ้วย
และเอาออกมาได้
- เลียนแบบมากขึ้น เช่น วิธีการเขียนหนังสือ
- รู้จักการกระทำของตัวเองดีและรู้ว่าอะไรจะตามมา
- เปรียบเทียบการกระทำแบบเดียวกันโดยใช้ด้านซ้าย
และขวา ใช้มือสองข้างทำอะไรที่ไม่เหมือนกัน
- รู้จักความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่อง เช่น ลูกแมวก็ต้องร้อง เมี้ยวๆ 
เวลาเห็นนกก็จะชี้ไปบนฟ้า
- ดูรูปภาพในหน้าหนังสืออย่างสนอกสนใจ


พัฒนาการทางสังคม

- ดูภาพสะท้อนของวัตถุหน้ากระจก
- ไปป้วนเปี้ยนอยู่ในบรรดากลุ่มพี่ๆ
- ติด แม่ แสดงให้เห็นว่าต้องการการยอมรับจากแม่
พยายามให้แม่สนใจโดยชักชวนหรือประท้วง
- เชื่อฟังคำสั่ง รู้จักยับยั้งพฤติกรรมของตัวเอง
- พยายามทำให้คนอื่นยอมรับโดยหลีกเลี่ยงการกระทำที่คนอื่นไม่เห็นด้วย
- ไม่ให้ความร่วมมือเสมอไป ปฏิเสธการสอนโดยการบังคับ
ไม่ยอมให้ใครมาเอาของเล่นไป มีความรู้สึกเป็นเจ้าของมาก 
ไม่ชอบให้ย้ายของของตัวเอง
- รู้จักความหมายคำว่า ไม่ รู้สึกผิดเมื่อทำผิด
- ลองแหย่ๆ แม่ดูและลองทดสอบข้อห้ามของแม่
- เลียนแบบการเคลื่อนไหวของผู้ใหญ่และเด็กอื่นๆ
- ลองเล่นเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ


ขอบคุณที่มา 
คู่มือพัฒนาเด็ก-รักลูก
 

แม่รักลูกนะ - พัฒนาการทารก, พัฒนาการเด็ก, เล่นกับลูก, เมนูอาหารเด็ก, คู่มือเลี้ยงลูก, ดูแลเด็ก Copyright © 2010 Designed by Ipietoon Blogger Template Sponsored by Emocutez